ตุลาคมแล้ว ใกล้จะปลายปีแล้ว เดือนหน้าก็ต้องเตรียมตัว
รับปริญญาโท และก็เตรียมตัวเที่ยว 555 บ่นไปงั้นเองคาดว่า
ช่วงปลายพฤศจิกายนนี้ จะไปเหนือ กะว่า จะพาเพื่อนคู่ยากไปด้วย
ไปแบบเพลินๆ 2 คนก็พอแล้วรู้สึกว่าปลายปีนี้ ที่ท่องเที่ยวทางภาคเหนือ
เป็นตัวเลือกแรกๆ เลยที่จะไป อยากไปดอยแม่อูคอ อยากไปแม่ฮ่องสอน
ไปปายอยากไปหมดเลย แต่คาดว่าจะต้องแปลนดีๆ จะได้เที่ยวได้หมด
ภายในสัปดาห์เดียว

นั่งอ่านไทยรัฐวันนี้ มีเรื่องน่าสนใจมาฝากด้วย เกี่ยวกับเรื่อง
วิธีเอาตัวรอดเมื่อเครื่องบินตก (ไม่รู้จะใช้ได้ป่าว) ขออนุญาตินำมาโพส
เป็นความรู้แล้วกัน

เรื่องมันมีอยู่ว่า เว็บไซต์ข่าวของบีบีซี (http://news.bbc.co.uk)
ได้รวบรวมวิธีเอาตัวรอดเมื่อเครื่องบินตกจากผู้เชี่ยวชาญด้าน
ความปลอดภัยทางการบิน พบว่า มีหลากหลายวิธีน่าสนใจ
และน่ารู้เพื่อเตรียมตัวไว้ก่อน

ศาสตราจารย์เอ็ด กาเลีย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
ทางการบิน ได้ศึกษารายงานจากผู้รอด ชีวิตกว่า 2,000 ราย
แล้วประมวลเป็นฐานข้อมูลพบว่า คนที่รอดชีวิตจากเครื่องบินตก
ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่อยู่ที่ว่าจะทำให้ ตัวเองหลุด
ออกมาจากเครื่องบินให้เร็วที่สุดได้อย่างไร

ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือการเพิ่มโอกาสของการมีชีวิตรอด
เขาพบว่า ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผู้โดยสารมักจะติดกับ เข็มขัดนิรภัย
ที่คาดเอาไว้ โดยมักจะลืมตัวกดปุ่มเข็มขัดในยามฉุกเฉิน
เหมือนกับตอนนั่งรถแต่ที่จริงแล้วมันคนละระบบกัน
ต้องใช้วิธีผลักตัวล็อกขึ้นมา

พึงระลึกไว้เสมอว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องทำตัวให้อยู่ใน
ท่าปลอดภัย ป้องกันตัวเองไม่ให้พุ่งไปข้างหน้า ที่สำคัญคือ
ปกป้องลำตัวส่วนบนไม่ให้ถูกกระแทก ดังนั้น ท่าก้มตัวไปข้างหน้า
จึงเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัย

ศาสตราจารย์เฮเลน มูร์ มหาวิทยาลัยแครนฟิลด์
ผู้ศึกษาพฤติกรรม ผู้โดยสารระหว่างหนีภัยบอก ว่า ถ้าอยากรอดชีวิต
ทุกครั้งที่ขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นคนเดินทางบ่อยแค่ไหนก็ตาม
ให้วางแผนไว้เสมอ นั่นคือมองดูรอบๆ ว่าลูกเรือคนไหนอยู่ใกล้
ที่นั่งของเรามากที่สุด เพราะจะเป็นผู้แนะนำเรา ในเรื่องความปลอดภัย
ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน และตัวเราเองก็ต้องสังเกตว่าทางออกฉุกเฉิน
ที่ใกล้ตำแหน่งของเราที่สุดอยู่ตรงไหน

มีข้อสังเกตง่ายๆ คืออาจจะ นับแถวที่นั่งก็ได้ว่า
เราอยู่ห่างจากประตูทางออกกี่แถว เพราะกรณีมีเหตุฉุกเฉิน
เกิดหมอกควัน ไม่มีไฟนำทางจะได้คลำทางออกโดยนับแถวที่นั่ง
ไปยังประตูที่ใกล้ที่สุดได้

เป็นวิธีที่น่าสนใจ สิ่งที่สำคัญ อย่างที่เขาว่าเลย
ต้องมีสติ ถ้าไม่มีสติ อาจทำให้เราเหมือนคนที่ตกใจไฟใหม้
แล้วแบกตุ่มแบกทีวี ออกจากบ้านโดยไม่เหน็ดไม่เหนื่อย .....



ข้อมูล : ไทยรัฐฉบับวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2549
http://www.thairath.com/news.php?section=technology&content=22152


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งให้ตกนักนะซิ อิอิ แต่ขอบคุณน๊าเผื่อเจอเหตการณ์แบบนี้

#1 By คิดถึง on 2006-10-07 16:32

ขึ้นเครื่องบินทีไร ไม่ชอบตอน Taxi เร่งเต็มสูช Take-Off เหนือเมฆขึ้นไปค่อยโล่งใจ ไม่ชอบอีกตอนตอนร่อนลง พอแตะถึงพื้นได้ก็สบายใจ

แต่ไงก็ยังชอบเที่ยวเมืองนอกแหละ

#2 By จั่นเจา on 2006-10-07 16:32

เคยอ่านเจอแต่จำไม่ได้แล้วว่าที่ใหน เค้าบอกว่าเวลาเครื่องบินตก และเรารู้ตัวว่าไม่รอดแน่ๆแล้ว ให้หาหมอนหรือวัสดุนิ่มๆมาปิดหน้าไว้ หน้าจะได้ไม่เละ เวลาญาติๆมาดูศพจะได้จำได้ง่ายๆ ฟังดูทะแม่งๆแต่ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็หวังว่าคงไม่มีใครต้องเอาวิธีนี้ไปใช้นะครับ
.
.
อยากไปเที่ยวภาคเหนือเหมือนกันนะครับ อยู่ภาคใต้เจอแต่ทะเลกับแดดแรงๆ อยากไปเจอไอหมอกหนาวๆบ้าง

#3 By yatiko on 2006-10-07 16:57

เวลาเครื่อง take off ยังไม่เท่าไหร่ ... เวลาเครื่องจะ land ซิ เราตื่นเต้นทุกครั้งเลย มะรู้เป็นงัย กัว ๆ อ่ะ

คราวที่ไปเมืองนอกนาน ๆ แล้ว เครื่องกำลังจะลงถึงดอนเมือง .... ตื่นเต้นมาก มันเหมือนกับว่า.... เรากำลังจะถึงแผ่นดินไทยแร้ววว คิดถึงบ้านสุด ๆ

#4 By *~ Love is all around ~* on 2006-10-07 17:51

ตอนที่ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกตื่นเต้นมากๆ
หัวใจเต้นแรงมากๆ เดี๋ยวนี้เริ่มกลัวอะ
ตอนเครื่องขึ้น กับลง กลัวมันไม่ขึ้น
กับลงแล้วเลย

#5 By POP (124.120.234.158) on 2006-10-07 18:31

รวดเร็วจริง ๆ

แต่อันตราย...

ทำให้คิดถึงตอนชนตึกเวิลเทรดถล่ม

#6 By [B|-ood] on 2006-10-07 19:10

แป่ว ไม่เคยขึ้นเครื่องอ่า

#7 By manow^-^ on 2006-10-08 00:15

#8 By romyen on 2006-10-08 12:57

ถึงเวลาทำไม่ได้หรอก

#9 By Pack on 2006-12-19 12:06

Good topic นะ

#10 By (124.120.186.95) on 2007-01-17 14:54

อ่านไม่ค่อยเข้าใจ

#11 By อีฟ (124.157.240.140) on 2007-01-31 12:05