My Blog Tag โอ้ว I like it!
posted on 07 Jan 2007 14:39 by adenaline in Thinking อุๆ เพื่อนบ้านข้างเคียง Tag เราซะแล้ว แต่จะว่าไป มันก็น่าเล่นน๊า
เห็นหลายวันมานี้ ก็เห็นแต่ Entry ที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เต็มไปหมดเลย
ใครน๊า ช่างคิดกิจกรรมเช่นนี้ สมควรตบรางวัล กิจกรรมดีเด่นประจำเดือน
อิๆ เอาเป็นว่าขอบคุณน้องแพ็ค ที่ส่ง Tag ให้พี่นะครับ อ้อ แล้วก็
น้องอึ้งย้งด้วยนะ อิๆแต่โอ้ว ไหวตัวไม่ทัน มีเพื่อนบ้านมา Tagกันอีก
นั่นจะใช่ใครที่ไหน ก็คือน้องเต้ยน้อง l2omและสุดท้าย ท้ายสุด
ก็คือ พี่ชายและน้องสาวผู้น่ารักขอบคุณนะครับ ส่วนน้องดอยไม่ต้อง
เสียใจน๊า ตามอ่านกันดีกว่าเน๊อ ...
มีคนบอกกฏกติกาไว้เยอะแล้วหละ แต่จะเขียนซ้ำอีกทีก็แล้วกัน
ว่า การ Blog Tag ก็คือ การเขียนเรื่องที่คนอื่นไม่รู้มา 5 เรื่อง และก็ส่งต่อ
เป็นลูกโซ่ ไปอีก 5 คน โดยจะไม่ซ้ำกับคนที่โดนไปแล้ว อืมม ... เริ่มเลย
เรื่องที่ 1โดนตบครั้งแรก
ตอนนั้นเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่โดนตบหน้า ไม่ใช่ใครที่ไหน
พ่อของกระผมนั่นเอง หุๆ เจ็บโคตร โดนตอนป.4 เหตุเพราะกลับบ้านช้า
มัวแต่ไปเล่นที่บ้านเพื่อน เลย เลยเวลาตอนนั้นรีบกลับโคตร แต่ไม่ทัน
ภาพที่เห็นครั้งแรก เห็นพ่อขี่มอเตอร์ไซต์มารอหน้าปากซอยเลย หุๆ
โดนซะ 1 ที น้ำตาไหลเลยอะ .... หลังจากนั้นก็ไม่ไปเที่ยวบ้านเพื่อน
อีกนานเลย
เรื่องที่2 ชื่อ adenaline มีที่มา
ที่จริงชื่อนี้มาจากตอนที่เราคิดอยากหาชื่อเท่ห์มาเป็นของตัวเอง
ก็เลยได้ชื่อนี้มา มันคือสารชนิดหนึ่งที่จะหลั่งออกมาตอนที่เรา
มีความสุขนั่นแหละ แต่เหมือนกับว่าจะพิมพ์ผิดแหละครับ เพราะอันที่จริง
ต้องเป็น Adrenaline หุๆ เอาเป็นว่า มันก็เหมือนๆ กันก็แล้วกันนะ หุๆ
เรื่องที่3 ทำกิจกรรมจนเกรดตก
เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนนั้นผมเรียนอยู่ที่พณิชยการพระนคร ซึ่ง
สถานที่ที่เรียนนั้น เป็นวังเก่า ของเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯ แล้วมีอยู่,
เทอมนึงที่ผมได้รับเลือกให้เข้าสโมสรนักศึกษาของนักเรียนชั้น ปวส 2
ไอ้เราก็มัวแต่ทำกิจกรรม หมกตัวให้ห้องสโมสรบ่อยๆ พอสอบปลายเทอม
ก็ตายสิครับ พอสอบบัญชีเสร็จ (หุๆ อดีดเด็กบัญชีนะเนี่ย) ก็รู้ตัวแล้วว่า
ทำไม่ได้เลย ตายแน่ ที่มั่นสุดท้าย สำหรับความหวัง ก็คือ การเข้าไปไหว้
เสด็จพ่อ ขอท่านช่วยเราด้วย ในใจก็ขอท่านว่า ขอให้เกรดเทอมนี้ไม่ต่ำ
กว่า 2 นะครับ ไม่งั้นผมตายแน่ๆ (คิดในใจ) พอเกรดปลายเทอมออก
พระเจ้าช่วย เกรดได้ 2.00 เอาเข้าแล้วสิ จะว่าไป ตอนสุดท้ายก็เลยได้
เอากุหลาบมาไหว้เสด็จพ่อเพื่อแก้บนกันไป
เรื่องที่4 ชีวิตการเรียนที่สลับซับซ้อน
ผมมีชีวิตในวัยเรียนที่ซับซ้อนและซ่อนเงื่อนมากๆ เริ่มต้นจาก
ผมจบมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนแถวๆบ้านผม ต่อมา ก็เลยลองไปสอบ
เทคนิคสมุทรปราการ แต่ไม่ติด เลยกลับมาเรียน ม.ปลายที่โรงเรียนเก่า
เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปเปล่าๆ
แต่ในที่สุด ก็เลยไปสอบเข้าพณิชยการบางนา ด้วยเกรดที่ดี
ก็เลยได้เรียนบัญชีจนจบมาสามปี (แต่ใจอยากเรียนคอมฯ แต่เกรดคณิต
ไม่ดีเลย อดเลือกเลย) ต่อมา อยาก Ent' กับเขา เลยไปสู้กับคนอื่นสุดท้าย
ไม่ได้เลยมาเรียนรามคำแหง 1 ปี ทำงานไปด้วย แต่ก็เหนื่อยเหลือเกิน
เลยจำยอมต้องออกมาก สอบเข้าพณิชยการพระนคร เรียนด้วยความยากลำบาก
จบ ปวส 2 เลยสู้ต่อ
คราวนี้เปลี่ยนแนวสุดๆ กับสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่ ม.บูรพา 555
เหตุเพราะพึ่งรู้ตัวเองว่า รักการถ่ายภาพมาก และรู้ตัวว่า บัญชีไม่รอดแน่
สุดท้ายของการเดินทาง แต่ยังไม่สุดแรง ก็คือ จบ ป.โท ในสาขาเดียวกัน
กับที่ ม.บูรพา ที่พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบังครับ เหนื่อยน๊อ ....
เรื่องที่5 ความสับสนทางภาษา
เคยใหม ที่เรามักจำเรื่องบางอย่างจากอดีตมา แล้วมาได้คำตอบ
เอาตอนโตเช่น คำภาษาอังกฤษบางคำ ก็ดันอ่านผิดอีก เหตุมันเกิดตอน
ที่นั่งรถไปกับเพื่อนๆ แล้วเกิดอารมณ์ดี อ่านชื่อยี่ห้อของรถแต่ละคน ไอ้เรา
ก็เจอคำนึง เขียนว่า Peugeot เราก็เลยอ่านว่า พีเจียส หุๆ คิดสภาพแล้วกัน
ว่าอ่านด้วยความมั่นใจมากๆ เพื่อนฮาแตก พึ่งถึงบางอ้อ ว่าอ่านว่า เปอร์โย
เดี๋ยวนี้เลยต้องรอเพื่อนมันอ่านก่อน หรือได้ยินจนแน่ใจก่อน เดี๋ยวจะเจอ
เหตุการณ์เช่นนี้ อิๆ ...
อะ 5 คนต่อไป รับไปนะ
1. Yatiko : คนนี้ผมชอบภาษาที่เขาเขียน อ่านแล้วติดเลยจริงๆ น๊า
2. เส้นขอบฟ้า : พี่ชายที่ทำงานผมเอง หุๆ แต่ผมไม่ค่อยได้อ่านของแกเท่าไหร่หรอก
อิๆ เพราะแกเจ้าบท เจ้ากลอนโคตร
3. Skira : ภาษาและเนื้อหาเชือดเฉือนจิตใจทีเดียว หุๆ น้องในที่ทำงานผมเอง
ที่เหลือส่วนใหญ่จะโดนไปหมดแล้วอะ ไว้ไปหาเหยื่อก่อนนะครับ อิๆ

(สมัยก่อนเคยอ่านผิดเหมือนกันครับ
#1 By toey on 2007-01-09 00:57